Take Profit คืออะไร? เผย เทคนิค forex ขั้นเทพ ?

Take Profit คืออะไร? เผย เทคนิค forex ขั้นเทพ ?

หากนักเทรดเคยได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง Stop loss มาแล้ว ก็จะทราบกันดีว่า เป็นตัวช่วยในการรักษาเงินทุน ให้มีซื้อ – ขาย หรือเทรด Forex ได้ต่อไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมี Take Profit forex ที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จ ในการซื้อ – ขาย หรือเทรด Forex ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ และมีประโยชน์อย่างมาก เราควรที่จะตั้งค่านี้ในทุกออเดอร์ ในช่วงที่เราทำการซื้อ – ขาย หรือเทรด Forex สำหรับนักเทรดบางท่าน อาจจะยังสงสัยว่า Take Profit คืออะไร ? และมีประโยชน์อย่างไร ? ก็สามารถหาคำตอบ ได้จากบทความที่เรานำมาเสนอได้ ดังต่อไปนี้

take profit stop loss

Take Profit คืออะไร ?

ความหมายของคำว่า Take Profit คืออะไร ? หมายถึง การกำหนดจุดทำกำไรไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งจุดนั้นเป็นราคา ที่เราได้กำไร ตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือได้กำไรจนพอใจ เมื่อราคามาถึงจุดที่เราตั้งค่า TP (Take Profit ) ไว้ ระบบจะทำการปิดออเดอร์อัตโนมัติ และเราได้รับผลกำไรทันที

โดยทั่วไป นักเทรดมักจะกำหนด จุดทำกำไร หรือจุด TP (Take Profit ) จากจำนวน pips หรือคิดแบบเป็นเปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเงินทุนที่มีอยู่

การหาจุด take profit และ stop loss โดยใช้ indicator

การตั้งค่า Take Profit

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Take Profit คือ อะไร คือ การกำหนดจุด Take Profit หรือการกำหนดจุด TP นั้น ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของนักเทรดแต่ละคน ว่ามีความต้องการ หรือมีเป้าหมายในการทำกำไรอย่างไร ? แต่หาก ต้องการกำหนดจุด TP (Take Profit ) ได้อย่างถูกต้อง และมีความแม่นยำ ก็ควรกำหนดจุด TP (Take Profit ) อย่างมีระบบแบบแผน โดยการใช้หลักการสำคัญ หรือมีองค์ประกอบ ดังนี้

1. ตั้งค่า ตามสัญญาณ ทางอินดิเคเตอร์

คือ การใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator) ในการช่วยหาจุดกำหนดจุด TP (Take Profit ) ในออเดอร์นั้นๆ

2. ตั้งค่า ตามผลกำไร หรือเปอร์เซ็นต์ ที่เราต้องการ

คือ ก่อนทำการเปิดออเดอร์ เราควรวางแผนไว้ก่อนเลยว่า เมื่อเราเข้าที่ราคาเท่านี้ เราจะกำหนดจุด TP (Take Profit ) ที่ตำแหน่งใด ? กำไรเท่าไหร่ ? ที่เราต้องการ แล้วก็ทำการตั้งค่าจุด TP (Take Profit ) เอาไว้เลย เมื่อราคามาถึงจุดนี้ ระบบจะได้ทำการปิดออเดอร์อัตโนมัติ มีข้อดี คือ สร้างวินัยในการเทรด เพื่อป้องกันความโลภได้อีกด้วย

3. ตั้งค่า ตามจุดเฝ้าระวัง ของนักลงทุนรายใหญ่

คือ เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่ หรือนักเทรดรายใหญ่ เช่น กองทุน หรือสถาบันใหญ่ ๆ จะมีการเทรดไม่บ่อยนัก ดังนั้น เราจึงควรใช้กราฟขั้นต่ำ 4 hr หรือกราฟ Day เพื่อเข้าออเดอร์ตามนักลงทุนรายใหญ่ แล้วตั้งจุด TP (Take Profit ) ที่แนวตรงกันข้าม

4. ตั้งค่า ตามแนวรับ แนวต้าน เชิงจิตวิทยา Fibonacci

คือ การใช้ Fibonacci ในการช่วยหาจุดเข้า และกำหนดจุด TP (Take Profit ) โดยกางเส้น Fibonacci ลงบนกราฟ และตั้งค่าTP (Take Profit ) ตามเส้นต่างๆ ของ Fibonacci

5. ตั้งค่าตามเส้น Trendline

คือ เราจะทำการลากเส้น TrendLine ขึ้นมาก่อน จากนั้นมองหาจุดที่จะตั้งค่า TP (Take Profit ) เพื่อความแม่นยำ ควรจะใช้กราฟ TF ใหญ่ 4 hr  ขึ้นไป ซึ่งวิธีนี้จะได้ผลหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ และความชำนาญของนักเทรดแต่ละคนด้วย 

6. ตั้งค่า ตามจุดยอด ของคลื่นก่อนหน้า

คือ การหาจุดต่ำสุดของคลื่นก่อนหน้า หรือการหาจุดแนวรับ และแนวต้านของกราฟในรอบที่แล้ว เพื่อใช้ในการกำหนดจุด TP

เทคนิค forex ขั้น เทพ

ประโยชน์ของ Take Profit คืออะไร

ในส่วนต่อไป เราจะพามาดูกันว่า ประโยชน์ของTake Profit คือ อะไร หากเราเลือกใช้การกำหนดจุด TP (Take Profit ) จะทำให้การซื้อ – ขาย หรือเทรด Forex ของเรานั้น ประสบความสำเร็จได้อย่างไร ? ดังนี้

1.ทำให้ไม่ต้องคอยเฝ้ากราฟ หรือเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา

การกำหนดจุด TP (Take Profit ) ทำให้นักเทรดทั้งหลาย ไม่ต้องคอยเฝ้ากราฟ หรือเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา เพื่อที่จะรอปิดออเดอร์ด้วยตนเอง ซึ่งถือว่า เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในการซื้อ – ขาย หรือเทรด Forex เนื่องจากเราได้ตั้งค่าจุด TP (Take Profit ) ไว้ ณ ราคาที่เราพอใจกำไรแล้ว เมื่อราคาขึ้นมาถึงจุดที่ตั้งค่า TP (Take Profit ) ไว้ ระบบจะทำการปิดออเดอร์อัตโนมัติ

2.ทำให้ได้รับ ผลกำไรแน่นอน

เมื่อระบบทำการปิดออเดอร์อัตโนมัติ นั่นหมายความว่า เราจะได้รับผลกำไรตรงตามที่ได้กำหนดไว้แล้ว นั่นเอง โดยที่เราไม่ต้องคอยกังวลใจว่า กราฟจะมีการแกว่งตัว ที่จะทำให้เราขาดทุนหรือไม่ เนื่องจากเราตั้งค่าจุด TP (Take Profit ) ไว้ ณ ราคาที่เราพอใจในผลกำไรแล้ว

สรุปเรื่อง Take Profit คืออะไร

จากที่ได้ศึกษาเรื่อง Take Profit คือ อะไร มาจากบทความด้านบนนี้ จะเห็นได้ว่า Take Profit และ Stop Loss นั้น มีความคล้ายกัน เป็นการกำหนดจุดไว้ที่ราคาใดราคาหนึ่งเหมือนกัน แต่ Stop Loss จะกำหนดจุดที่เราขาดทุน ส่วน Take Profit จะกำหนดจุดที่เราได้กำไร แต่ทั้ง 2 ตัวนี้ ก็มีจุดประสงค์ที่จะทำให้เราไม่เกิด Margin Call เหมือนกัน นั่นเอง